ททท. ร่วมกับ Google พัฒนาระบบเอื้อการท่องเที่ยว ด้วย Google Map + Street View (แผนที่กับสตรีทวิว)

Google Map + Street View (แผนที่กับสตรีทวิว)
พัฒนาระบบเอื้อการท่องเที่ยว

ททท. ร่วมกับ Google ประเทศไทย นำเสนอนวัตกรรมที่เชื่อว่าจะพลิกโฉมประสบการณ์การสัมผัสถึงสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทย โดยอาศัยความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีและรถยนต์ที่ออกแบบเป็นพิเศษและติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพในโครงการ แผนที่ Googleกับสตรีทวิว พร้อมที่จะบันทึกภาพท้องถนนและสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ และเปิดโอกาสให้ชาวไทยได้ร่วมเสนอสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค

“สตรีทวิว” เป็นฟีเจอร์ยอดนิยมบน แผนที่ Google ซึ่งเปิดให้บริการแล้วในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ด้วยฟีเจอร์นี้ ผู้ใช้สามารถสำรวจตรวจสอบพื้นที่ตามจุดต่าง ๆ โดยอาศัยภาพพาโนรามาในระดับถนน และในประเทศที่มีสตรีทวิวแล้ว ยังเปิดให้บริการบน แผนที่ Google สำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน อีกด้วย ผู้ใช้จะสามารถดูภาพถ่ายในระดับถนนได้ด้วยการซูมเข้าไปที่ระดับใกล้ที่สุดบนแผนที่ของ Google หรือลากไอค่อนตุ๊กตา “Pegman” สีส้ม ทางด้านซ้ายของแผนที่ ไปยังถนนที่เป็นเส้นไฮไลต์สีฟ้า

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เริ่มต้นโดยการจัดขบวนรถยนต์ พร้อมติดตั้งกล้องถ่ายภาพพิเศษ ของ Google วิ่งออกตระเวนไปตามถนนสายต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ และภูมิภาคอื่น ๆ ในประเทศไทย และบันทึกภาพสถานที่ตลอดเส้นทางเป็นระยะเวลาประมาณ 2 – 3 ปี เพื่อให้มีภาพแผนที่กับสตรีทวิวครอบคลุมเมืองไทย โดยภาพเหล่านี้จะได้รับการเผยแพร่ในอนาคตภายใต้ตัวเลือก สตรีทวิวบน Google

Google มีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวใน Google แผนที่กับสตรีทวิวอย่างเต็มที่และเข้มงวดโดยไม่ลดคุณประโยชน์ที่ผู้ใช้ได้รับจากฟีเจอร์ดังกล่าว Google จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง ที่สามารถทำภาพเบลอที่ใบหน้าของบุคคลและป้ายทะเบียนรถยนต์ เพื่อไม่ให้ลุกล้ำความเป็นส่วนตัว นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถแจ้งให้ Google ทำภาพเบลอเพิ่มเติมในตำแหน่งที่เหมาะสมได้อีกด้วย แผนที่ Google กับสตรีทวิว ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องตามกฎหมายท้องถิ่นทั้งหมด รวมถึงกฎหมายด้านความมั่นคงและความปลอดภัยในเมืองไทย

นอกจากการเริ่มโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย แผนที่ Google กับสตรีทวิว โดยรถยนต์พิเศษของ Google แล้ว ททท. และ Google ประเทศไทย กำลังเตรียมเปิดแคมเปญพิเศษ สำหรับเมืองไทยโดยเฉพาะ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวไทยได้มีส่วนร่วมในการเสนอและเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในหมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อรวบรวมภาพพาโนรามาของ แผนที่ Google กับสตรีทวิว และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปทั่วโลก

นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “ผมมีความยินดีที่ ททท. ได้ร่วมมือกับ Google อีกครั้ง เพื่อนำเสนอโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย Google แผนที่กับสตรีทวิว ผมเชื่อว่า อินเทอร์เน็ตเป็นแพลตฟอร์มอันทรงพลัง ที่สามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ผลสำเร็จของ Google แผนที่กับสตรีทวิว ในระยะยาว จะเป็นการเผยแพร่เส้นทางสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และวัฒนธรรมไทยออกสู่สายตาชาวโลก ซึ่ง ททท. พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีและความร่วมมือเช่นนี้เสมอ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”

นางสาวพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟีเจอร์ Google แผนที่กับสตรีทวิว จะเป็นอีกแรงสนับสนุนที่สามารถช่วย ททท. ในการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทั้งภายในและต่างประเทศด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ กับเมืองไทยที่ Google รู้จักดีและเรียกว่าบ้านได้อย่างสนิทใจให้กับคนทั่วโลก Google แผนที่กับสตรีทวิว มีฟีเจอร์ที่สามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ เช่น ต่อหน่วยงานด้านการจัดระเบียบผังเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนทั่วไปที่ต้องการซื้อบ้าน และนักท่องเที่ยว ฯลฯ ผู้ใช้จะสามารถตรวจสอบร้านอาหารก่อนที่จะเดินทางไปถึง กำหนดแผนการเดินทาง และระบุจุดนัดหมายนอกจากนี้ องค์กรธุรกิจยังสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี สตรีทวิว ด้วยการใส่ Google แผนที่ ไว้บนเว็บไซต์ของตนเองได้โดยตรงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ส่วนโรงแรมต่าง ๆ สามารถใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งที่ตั้งใจกลางเมืองที่เดินทางไปถึงได้สะดวก ขณะที่ร้านอาหารจะสามารถเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ธุรกิจของตนให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง Google แผนที่กับสตรีทวิวเป็นอีกตัวอย่างของการคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลักและทีมเราเฝ้ารอที่จะแบ่งปันภาพถ่ายที่สวยงาม และการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมให้คนไทยสามารถช่วยเราเลือกที่ตำแหน่งหรือสถานที่จะขับรถไปเก็บภาพต่อไป”

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google แผนที่กับสตรีทวิว รวมถึงแนวทางการใช้ประโยชน์ เพื่อความบันเทิงและธุรกิจ เชิญคลิกไปที่: google.co.th/streetview

ที่มา ททท. Touriemthailand.org

“เดินกิน ถิ่นนาเกลือ” Pattaya Old Town

เมืองพัทยา ขอเชิญเที่ยวงาน “ถนนคนเดินนาเกลือ” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เดินกิน ถิ่นนาเกลือ” เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองพัทยา โดยเนรมิตพื้นที่บริเวณตลาดเก่านาเกลือซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานนับร้อยปีเป็นสถานที่จัดงานครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่บริเวณชุมชนนาเกลือ, ชุมชนลานโพธิ์, ชุมชนไปรษณีย์,ชุมชนวัดช่องลม, ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งภายในงานจะจัดให้เป็นถนนคนเดินมีการแสดงดนตรีและกิจกรรมที่ตื่นตาตื่นใจ มีการจัดจำหน่ายอาหารทะเลสดๆรวมไปถึงสินค้านานาชนิด หลากหลายมากมาย ให้ได้เลือกสัมผัสและผู้เข้าชมงานยังสามารถเลือกซื้อของฝากและสินค้าชื่อดัง ของชุมชนที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตชุมชนนาเกลือ รวมถึงกิจกรรมการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย นิทรรศการประวัติความเป็นมาของตำบลนาเกลือโดยกำหนดจัดขึ้นทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. เริ่มวันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2553 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 สำหรับรายละเอียดและความคืบหน้าของกิจกรรมภายในงาน เมืองพัทยาจะทำการประชาสัมพันธ์ต่อไป ….

งานนี้ใครอยากจะทานอาหารทะเลราคาถูกหรือจะชมตลาดเก่านาเกลือของเมืองพัทยานะครับ เดินไปกินไป รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนนะครับ สำหรับเทศกาล ตลาดร้อยปีนี้ จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยามเย็นเดินสบายชมบรรยากาศตลาดติดทะเลไปด้วยนะครับ ส่วนของที่ขายกันนั้นจะมีจำพวกอาหารซะเป็นส่วนใหญ่ครับ และตามด้วยของท้องถิ่นเป็นหลักครับตามด้วยเสื้อผ้าครับ ตลาดจะมีกันเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ โดยจะเริ่มตั้งแต่ 16.00น ถึง 22.00น ครับ ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวเมืองพัทยาก็อย่าลืมแวะเวียนมากันนะครับ ซึ่งงานนี้จะมีจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ครับ

พาชมของเก่า “อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง”, ปราสาทหินพนมรุ้ง

ปราสาทหินพนมรุ้ง นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางไปไกลมากพอสมควรนะครับ แต่ก็ไม่เกินความพยายามของเราแน่นอนครับ วันนี้นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ไปเยี่มชมสถานที่ท่องเทียวแบบโบราณสถานที่ขึ้นชื่อ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือดินแดนอีสานของเรานะครับ เรามาลองดูประวัติคร่าวของปราทหินพนมรุ้งดูนะครับ

“อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) คำว่า พนมรุ้ง นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่า ภูเขาใหญ่”

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18

จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งเมืองพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวาลัยถวายพระอิศวรที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง

ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org นะครับ

การเดินทางไปที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ปราสาทหินพนมรุ้งนี้มีสองเส้นทางหลักๆดังนี้ครับ
1.เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 (บุรีรัมย์-นางรอง) เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 (สีคิ้ว-อุบลราชธานี) ไปจนถึงหมู่บ้านตะโก ประมาณ 14 กิโลเมตร แล้วจึงเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ผ่านบ้านตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

2.เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) เป็นระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร ถึงตัวอำเภอประโคนชัย จะเห็นทางแยกที่จะไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 21 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2075 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

สำหรับโรงแรมที่พักใกล้เคียงปราสาทหินพนมรุ้งมีดังนี้ครับ

เกาะล้าน ณ พัทยา : หัวไม่ล้านก็ไปเที่ยวได้ หุหุ

วันนี้ผมขอแนะนำอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เมื่อถึงเมืองพัทยาแล้วมิควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ แม้อาจต้องเสียเวลาในการนั่งเรื่องค่อนชั่วโมงด้วยเรือโดยสารและ 15 นาทีด้วยเรือเร็ว Speed Boat ครับ “เกาะล้าน” อาจผ่านสายตาเพื่อนๆทุกครั้งที่แวะเวียนมาพัทยา แต่….เราก็มักจะพลาดโอกาสที่จะไปเยือนมันเสมอใช่ไหม… โอเควันนี้ผมจะเอาภาพบางส่วนมาให้ชมนะครับว่า ทะเลและหาดต่างๆบนเกาะล้านสวยงามไม่แพ้ทะเลกระบี่หรือทะเลเกาะสมุยแม้แต่น้อยครับ

เกาะล้านมีชายหาดสวยทะเลที่ใสมากๆหลายหาดครับ โดยมีชายหาดที่โด่งดังเป็นที่นิยมดังนี้ครับ

หาดตาแหวน
ชายหาดที่เม็ดทรายขาวน้ำทะเลที่ใสปิ้งแห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศมากที่สุดในบรรดาหาดต่างๆบนเกาะนะครับ และเรือโดยสายก็มาจอกเทียบถึงท่าเรือหาดตาแหวนด้วยเช่นกันครับ หาดตาแหวนบนเกาะล้านแห่งนี้มีร้านค้าของที่ระลึกและร้านอาหารไว้ต้อนรับกรุ๊ปทัวร์มากมายครับ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเราอาจจะมองว่าราคาสูงไปบ้างๆแม่ค้าพ่อค้ามักจะคิดราคาพิเศษให้เสมอๆครับ  แต่พอย่าลืมบอกว่าเราเป็นชาวไทยละครับ อิอิ

หาดแสม
หาดแสมอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะล้านครับผมเดินทางโดยเช่าแมงกะไซต์จากหาดตาแหวนไป สองร้อยบาทครับ หาดแสมเป็นหาดทรายยาวประมาณใกล้ๆ 700 เมตร มีโขดหินเล็กน้อยที่สำคัญหาดสวยด้วยทรายขาวมีความสวยงาม แถมยังเงียบสงบมากกว่าหาดตาแหวนมากๆครับ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการเล่นน้ำ มีน้ำทะเลสีครามและหาดทรายที่ขาวสะอาด ผมจะบอกอะไรซักนิดนะครับ ถ้าเพื่อนๆไปกันหลายๆคนก็สามารถเหมารถสองแถวพาทัวร์รอบเกาะกันได้ครับ สนนราคาประมาณ 500 -700 บาทครับ

ข้อมูลการเดินทางที่สำคัญ
เกาะล้านสามารถเดินทางมาได้ทางเรือโดยสารที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย หรือสุดทางวอร์คกิ้งสตรีทของเมืองพัทยาเลยโรงแรมสยามเบย์ชอร์ไปนิดเดียวครับ ราคาค่าโดยสารอยู่ที่ 20 บาทต่อนคนครับ โดยจะเดินทางไปจอกที่ท่าเรือหาดหน้าบ้าน และหาดตาแหวนครับ เที่ยวสุดท้ายก็เวลา 17.30 ครับ แต่กหากว่าเราเป็นวัยรุ่นใจร้อนอยากจะไปถึงไวๆ อันนี้ผมขอแนะนำเรือเร็วครับเหมาไปเกาะล้านโลดครับ สนนราคาเริ่มต้นที่ 1,800- 2,500 ขึ้นอยู่กับสภาพเรือและเครื่องยนต์และความจุุของเรือครับ

“เขาใหญ่”อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของพี่น้องชาวไทยจ้า

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ผมว่าเด็กเมืองกรุงฯหลายๆคนคงไม่พลาดอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งนี้เป็นแน่แท้ครับ เพราะว่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสำหรับชาวกรุงและประชาชนในจังหวัดใกล้เคียง และเป็นอุทยานแห่งชาติที่เพรียบพร้อมไปด้วยความสมบูรณ์ของป่าเขาและสัตว์ต่างๆ ที่สำคัญระยะทางในการเดินทางนั้น..โอ้ไม่ไกลแถมเดินทางแสนจะสะดวกมากๆๆ จริงๆครับ อิอิ

ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวหรือจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่ผมแวะไปมาเองนะครับก็มีดังนี้ครับ
น้ำตกเหวนรก
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุด อยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งไหลลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3 ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ๆ กันในลักษณะการไหลตก 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร เป็นสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนดูน่ากลัว
จุดชมทิวทัศน์เขาเขียว (ผาเดียวดาย)
ผาเดียวดาย นับเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามน่าชม มีลักษณะคล้ายผานกเค้าที่ภูกระดึง จะมองเห็นภูเขาร่มขวางอยู่เป็นแนวยาวและทิวทัศน์ที่สวยงามด้านจังหวัดปราจีนบุรี ตอนเช้าตรู่จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเป็นดวงกลมสีแดงเหนือสันเขาร่มที่สวยงาม

น้ำตกผากล้วยไม้
“เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ในห้วยลำตะคองเช่นเดียวกัน ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า ทางเดินเริ่มจากจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้ไปประมาณ 1.2 กิโลเมตร โดยเดินเลียบไปตามห้วยลำตะคองที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่ร่มครึ้ม มีโอกาสพบนกหลายชนิด เช่น นกกางเขนน้ำหลังเทา นกกะรางคอดำ นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ ฯลฯ น้ำตกผากล้วยไม้มีลักษณะเป็นหน้าผาลดหลั่นกันลงมา สูงประมาณ 10 เมตร ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำกว้างมาก เหมาะสำหรับเล่นน้ำ ตามหน้าผาและคบไม้บริเวณน้ำตกพบกล้วยไม้นานาชนิดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก กล้วยไม้ที่โดดเด่นที่สุด คือ หวายแดง ที่จะออกดอกสีแดงเป็นช่อยาวในช่วงหน้าร้อน” ข้อมูลโดยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นะครับ

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ก็อย่างที่ผมบอกว่าไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทางแค่ 200 กิโลเมตร นิดๆ เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมรทางเลือก 2 เส้นทางนะครับ ทางแรกแยกจากถนนมิตรภาพตรง กม.56 แล้วให้วิ่งไปทางถนนธนะรัชต์ประมาณ 23 กม. ส่วนเส้นทางที่สอง จากกรุงเทพฯ-แยกหินกอง แล้ววิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก-ปราจีนบุรี) พอเราถึงสี่แยกเนินหอมก็ใช้ทางหลวง 3077 ไปถึงเขาใหญ่ครับ

ที่พักและจุดกางเต้นนอนครับ
บ้านพักให้บริการนักท่องเที่ยว บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ โซนทิวทัศน์ (โซนที่ 2) อยู่บนเนินเขา มีบ้านพักให้บริการ 6 หลัง มี โซนธนะรัตน์ (โซนที่ 4) อยู่บนเนินเขา มีบ้านพักให้บริการ 7 หลัง แยกให้บริการสำรองที่พักเป็นหลัง จำนวน 4 หลัง และสำรองที่พักเป็นห้อง จำนวน 3 หลัง, โซนศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (โซนที่ 1) มีบ้านพักให้บริการ จำนวน 9 หลัง

ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ เป็นลานกางเต็นท์แห่งแรกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 800 คน การสำรองพื้นที่กางเต็นท์ หรือเต็นท์สามารถจองด้วยตนเองผ่านทางอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ของกรม

เพื่อนๆสามารถจองบ้านพักและจุดกางเต้นรวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆออนไลน์ได้ที่ จองที่พักเขาใหญ่
ข้อมูลอื่นๆโทรตรงได้เลยครับที่ 0 2561 0777 ต่อ 1743, 1744

สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศใกล้ กทม. “พัทยา”

วันนี้ผมขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกล๊ไม่ไกล(ทำเสียงแบบเวอร์ๆ อิอิ) จากเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร ด้วยระยะเวลาที่ไม่นานทางรถยนต์ (ปกติกแล้วเหยียบแบบคุณลุงๆก็ไม่น่าเกิน สองชั่วโมงครับ) แต่ถ้าเป็นวัยรุ่นวัยโจ๋ก็ไม่เกิน ชั่วโมงครึ่งแน่นอน.. ทะเลเมืองพัทยานี้นับว่ามีพลิกโฉมไปพอสมควร แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆมากมาย แต่วันนี้ผมจะขออาสาพาไปเที่ยวทะเลพัทยารวมทั้งหดจอมเทียน ชายหาดชื่อดัง แต่ๆๆ แค่นี้มันก็ธรรมดาไปครับผมคิดว่ายังมีชายหาดที่เพื่อนๆยังไม่เคยได้สัมผัสอยู่แน่นอนครับ เมืองพัทยายังมีชายหาดอื่นๆที่น่าสนใจอีก เช่น หาดวงศ์อมาต หรือจะเป็นหาดโค้งดงตาล, หาดผาแดง และหาดอื่นๆที่ไม่เคยได้แวะไปนะครับ

ชายหาดพัทยา Pattaya Beach
ในอดีตซักประมาณ 6-7 ปีที่แล้วทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวคนไทยมาเมืองพัทยากัน แต่กลับเมินหนีหาดพัทยาไปเที่ยวเล่นน้ำที่หาจอมเทียนกันแทนเหตุผลก็มาจากความสะอาดของน้ำทะเลพัทยานั่นเอง แต่หลังจากที่มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ทางเมืองพัทยาจัดสร้างขึ้นความสะอาดของทะเลตามแนวชายหาดเมืองพัทยาก็กลับมาสวยงามเช่นเดิมครับ ด้วยความยาวร่วม 3 กิโลเมตร ของชายหาดเมืองพัทยา ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมต่างๆมากมายครับ เพื่อนๆสามารถสัมผัสจุดเริ่มต้นของหาดพัทยาได้ตั้งแต่ โค้งโรงแรมดุสิตรีสอร์ท เริ่มต้นจากวงเวียนปลาโลมา ถนนพัทยาเหนือครับ โดยปกติแล้วตัวผมเองก็มักจะมาวิ่งออกกำลังในช่วงเช้าๆครับ ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสแวะมาเมืองพักแบบพักค้างคืนลองแวะเวียนมาวิ่งจ๊อกกิ้งช่วงเช้าได้ครับ

หาดจอมเทียน Jomtien Beach
ชายหาดยอดฮิตตลอดการสำหรับแขกผู้มาเยือนเมืองพัทยาของเราครับ ชายหาดจอมเทียนมีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตรสามารถลงเล่นได้ตลอดแนวหาด เครื่องเล่นครบครันเช่นเจตสกี สนนราคา 600-700 บาทต่อครึ่งชั่วโมงครับรวมทั้ง บานาน่าโบ๊ตด้วยครับ หาดจอมเทียนจะมีอาหารกินตลอดถนนเลียบชายหาดครับ มีตั้งแต่ซเล้งจนถึงร้านอาหารหรูมีระดับครับ จะเข้าไปใช้บริการแบบไหนก็ดูกระเป๋าตัวเองโลดนะครับ ร้านอาหารที่ผมอยากจะแนะนำก็มีต้นตำหรับที่ผมไปทานบ่อยๆ “ปูเป็น” รวมทั้ง “สุดทางรัก” และอีกหลายๆร้านครับ

หาดวงศ์อมาต WongAmart Beach
ย้อนกลับมาที่อีกหนึ่งชายหาดที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้แวะเวียนเข้าไปครับ หาดวงศ์อมาตเดิมทีมีทางเข้าหาดที่กว้างขวางแต่ปัจจุบันเมื่อความเจริญเข้าถึงรวมทั้งเอกชนปิดกั้นทางเข้าหาดเพื่อทำเป็นหาดส่วนตัวไปเกือบหมด โดยจะมีทางเข้าเพียงทางเดียวตอนนี้คือ ซ.นาเกลือ 16 ถนนพัทยา-นาเกลือ ครับ เลยวงเวียนปลาโลมาเล็กน้อยเท่านั้นครับ สถานที่ท่องเที่ยวอย่างหาดวงศ์อมาตจะมีผู้เล่นน้อยกว่าหาดพัทยามากเพราะเป็นหาดเล็กๆเท่านั้นครับ

หาดผาแดง Pha Daeng Beach
ผมคิดว่าไม่เกิน 10 ในร้อยคนที่มาพัทยาแล้วจะได้มีโอกาสไปเล่นน้ำที่หาดผาแดงครับ หาดผาแดงนั้นถูกซ่อนเล้นด้วยเหล่าเจ้าของกิจการเอกชน จนทำให้ไม่มีทางลงหาด จน ณ ปัจจุบันทางเมืองพัทยาได้มีโครงการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ เมืองพัทยาจึงได้ลงทุนสร้างจุดลงหาดผาแดง ซึ่งหาดผาแดงจะมีลักษณะเป็นโขดหินสกปรก ซึ่งแต่เดิมจะเข้าถึงได้จากโรงแรมต่างๆและเดินมาถึงหาดผาแดง ทางเข้าของหาผาแดงจะอยู่ที่ นาเกลือ ซ.20 ครับ หาไม่ยากแน่นอนครับ

หาดโค้งดงตาล Dong Tan Curve Beach
เป็นหาดเล็กบริเวณหัวมุมจุดเริ่มต้นถนนเลียบชายหาดจอมเทียน เมื่อถึงโค้งด้านนี้เราจะสังเกตุง่ายๆว่าจะมีสถานีตำรวจพอดี ให้เดินย้อนกลับไปด้านขวา ซึ่งจะมีที่จอดรถบริเวณกว้างอยู่ด้วยนะครับ บริเวณนี้จะมีต้นตาลเป็นจำนวนมากเหมาะแก่การเล่นกีฬาทางน้ำมากมายครับ โดยจะมีลมแรงพอควรตลอดเวลาครับ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจที่พักราคาไม่แพงก็มีหลายๆโรงแรมที่น่าสนใจครับ โรงแรมที่ราคาไม่เกินพันบาท ก็มี โรงแรม Nirvana Couture Hotel , Sawasdee Sabai Hotel และโรงแรมสวัสดีซีวิว Sawasdee Seaviw ครับ

สำหรับวันนี้ก็คงจะขออัพเดตข้อมูลคร่าวๆแค่นี้ก่อนนะครับ

KINTEAW.COM

เที่ยวแม่กลอง, ชมหิงห้อยริมคลอง, ลองปลาทูอร่อย สอยกลับบ้าน ที่ สมุทรสงคราม

สวัสดีทุกๆท่านที่ผ่านเข้ามาสู่ Kinteaw.com (กินเที่ยวดอทคอม) อีกหนึ่งจุดศูนย์กลางบนโลกออนไลน์ ที่รวบรวมข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแบบ ชิวๆ สบายๆ สไตล์ กินๆเที่ยวๆ ซึ่งพวกเราจะสรรหาโรงแรมที่พักที่น่าสนใจ ราคาคนไทยครับ พวกเราเปิดรับและยินดีน้อมรับทุกความเห็นเพื่อปรับปรุงเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอใหม่ๆครับ

สำหรับวันนี้เราได้จัดทริปสั้นๆ เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวถิ่นปลาทูที่อร่อยที่สุดในประเทศ!!! และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง นั้นก็คือ ปลาทูแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งทริปนี้กระผมและสมาชิกในครอบครัวได้เดินทางจากเมืองพัทยา มุ่งตรงสู่ สมุทรสงคราม และหมายมั่นปั้นมือว่าจะอยู่ซักสองสามคืน (กะว่าจะเที่ยวให้ทั่วเมืองเลย หุหุ) โดยมีจุดหมายหลักอยู่ที่ ตลาดน้ำอัมพวา ชื่อดัง (อยากไปมานานแว้ว แต่พึ่งจะมีโอกาสละครับ)

ผมขอแถมข้อมูลที่น่าสนใจครับ:
คำขวัญจังหวัดสมุทรสงคราม : “เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร 2 แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม”
สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดสมุทรสงครามอื่นๆ : ดอนหอยหลอด, วัดเพชรสมุทรวรวิหาร, วัดศรัทธาธรรม, ตลาดน้ำยามเย็น, วัดอัมพวันเจติยาราม, วัดบางแคน้อย, วัดจุฬามณี, ตลาดน้ำท่าคา, ชุมชนยี่สาร, วัดเจริญสุขาราม, ค่ายบางกุ้ง, วัดบางกะพ้อม,